หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

6 ยุทธวิธีในการปรับปรุงทัศนคติด้านความปลอดภัย (6 Strategies to Improve Worker Safety Attitudes)


rsz_1safeattitude


การพัฒนาและดำรงค์ไว้ซึ่งทัศนคติที่ดีด้านความปลอดภัยนับเป็นหัวใจหลักของความปลอดภัยในสถานประกอบการ ดังนั้นนการพัฒนาให้มี หรือการสร้างยุทธวิธีพื้นฐานดังต่อไปนี้ จะช่วยให้เราสามารถลดอันตราย ป้องกันอุบัติเหตุ ทำให้สถานที่ทำงานมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการเสริมสร้างให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีด้านความปลอดภัยอีกด้วย

1 การพูดถึงเรื่องความปลอดภัย ยิ่งเรามีการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยทั้งในระดับผู้บริหาร หัวหน้างาน และระดับพนักงาน มากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้องค์กรมีความปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น

2 สนับสนุนให้มีการเสนอแนะด้านความปลอดภัย ในการปฎิบัติงานประจำวันพนักงานผู้ปฎิบัติงานนั้น ๆจะเป็นผู้ที่รู้มากที่สุดในงานที่พวกเขาทำโดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานที่มีประสบการณ์ ดังนั้นฟังพวกเขา และให้พวกเขาเสนอความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพื่อให้การทำงานของพวกเขาและคนอื่น ๆ มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการทำให้สภาพการทำงานมีความปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้นแต่ยังทำให้พนักงานมีส่วนร่วมในขบวนการปรับปรุงด้วย

3 รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาความไม่ปลอดภัย เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้ว่ามีสภาพที่ไม่ปลอดภัยให้รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาทันที หากเราไม่รีบแก้ไขปัญหาพนักงานจะเข้าใจว่าเราไม่ให้ความสนใจ และจะพลอยทำให้พวกเขาไม่ให้ความสนใจไปด้วย

4 ให้การฝึกอบรมด้านความปลอดภัยและข้อมูลด้านความปลอดภัย มั่นใจว่าพนักงานมีทักษะ ความรู้ ความเข้าใจที่จำเป็นในการทำงานให้ปลอดภัย พนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดีจะสามารถพัฒนาทัศนคติที่ดีด้านความปลอดภัยได้รวดเร็วและให้ความสำคัญกับความปลอดภัย

5 ให้รางวัลกับการปฎิบัติงานที่ปลอดภัย เมื่อพนักงานทำในสิ่งที่ปลอดภัย หรือเสนอแนะความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงด้านความปลอดภัย ให้ประกาศ ยกย่อง ให้ทุกคนได้ทราบ เมื่อพนักงานคนอื่น ๆ เห็นจะได้มีความรู้สึกอยากทำตาม และกำหนดให้เรื่องความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลงานประจำปี เมื่อพนักงานตระหนักว่าการประเมินผลการปฎิบัติงานของพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยจะทำให้พวกเขาจะให้ความสนใจและใส่ใจมากขึ้น

6 เป็นตัวย่างที่ดี ต้องมั่นใจว่าผู้บริหารและหัวหน้างานในองค์กรเป็นตัวอย่างที่ดีและมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับความปลอดภัยเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพนักงานได้

ลองสำรวจตัวเองดูนะค่ะว่า องค์กรของท่านมีกลยุทธ์พื้นฐานดังกล่าวข้างต้นแล้วหรือยัง

วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553

(Holiday Season can cause us to stress) เชื่อหรือไม่? ช่วงเทศกาลก็ทำให้เราเครียดได้

chrismas

มีคนเป็นจำนวนมากที่พบว่าตนเองมีความเครียดเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันหยุด ความเครียดไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นปํญหาด้านความปลอดภัยด้วย ผู้ที่มีความเครียดมักมีแนวโน้มที่จะเกิดอุบัติเหตุมากกว่าผู้ที่ไม่มีความเครียด

ในประเทศสหรัฐอเมริกามีรายงานตัวเลขค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความเครียดที่เป็นสาเหตุให้พนักงานมีอาการปวดศีรษะ ต้อง

ขาดงาน มีผลการปฎิบัติงานที่แย่ลง คิดเป็นมูลค่ากว่า 300, 000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลยที่เดียว

การตกแต่งประดับประดา การจับจ่ายใช้สอย การเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลวันหยุด กิจกรรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ งานรื่นเริง การขับรถเดินทาง การเดินทางท่องเที่ยว ก็ดีล้วนมีผลต่อความความเครียดซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น ดังนั้นกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้จึงควรมาคู่กับกับการเพิ่มความระมัดระวังในความปลอดภัย การให้ความรู้และสร้างความตระหนักให้กับพนักงานในช่วงนี้จึงนับเป็นสิ่งที่ดีและควรทำอย่างยิ่ง

ในช่วงใกล้วันเทศกาลแบบนี้พนักงานมักจะไม่มีสมาธิในการทำงานเพราะมัวคิดถึงแต่เรื่องวันหยุดมากกว่างานที่ทำ ซึ่งจะเป็นสาเหตุนำไปสู่ความประมาท และการเกิดอุบัติได้ง่าย บางคนอาจจะมีกิจกรรมหลังเลิกงาน เช่น การไปจับจ่ายซื้อหาของขวัญ ไปงานเลี้ยงสรรคสรรค์ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ และมาทำงานด้วยความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ซึ่งก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายเช่นกัน

เราสามารถป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลอย่างนี้โดยการเพิ่มการเอาใจใส่ดูแลพนักงาน และให้คำแนะนำกับพนักงาน ดังนี้

· การวางแผน : วางแผนการท่องเที่ยว การเดินทาง งานเลี้ยงสังสรรค์ และอื่น ๆ แต่เนิ่น ๆ

· ถาม อย่าเดา : พยายามสอบถามหรือเรียบ ๆ เคียง ๆ ถามผู้ที่เราจะมอบของขวัญให้ว่าเขาต้องการอะไรเป็นพิเศษเพื่อเป็นการประหยัดเวลาและผู้รับได้ในสิ่งที่เขาต้องการ

· ไม่ควรอดอาหาร : รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อเพื่อให้ร่างกายมีพลังงานและหลีกเลี่ยงอาการปวดศีรษะ

· พยายามนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: การอดนอนจะทำให้ร่างกายเกิดความเครียดได้ง่าย

· ดื่มแต่พอประมาณ : ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลแต่พอประมาณ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการเมาและเมาค้าง

เพียงเท่านี้เราก็สามารถใช้ชีวิตในช่วงเทศกาลได้อย่างสนุกสนาน ปราศอุบัติเหตุ และความเครียด กันแล้ว.

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

What’s a Confined Space? (อย่างไรถึงเรียกว่าสถานที่อับอากาศ)

ในตอนที่ผ่านมาเราได้ทราบถึงกฎเหล็กเพื่อความปลอดภัยในการปฎิบัติงานในสถานที่อับอากาศกันไปแล้ว ในตอนต่อไปนี้ เราจะมาทราบกันต่อถึงความหมาย หรือลักษณะของสถานที่อับอากาศ อย่างไรถึงเรียกว่าเป็นสถานที่อับอากาศ

สถานที่อับอากาศคือสถานที่ที่มีทางเข้าออกที่จำกัด ยากต่อการเข้า-ออก และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้คนเข้าไปครอบครอง ทำงาน หรืออยู่อาศัย ตัวอย่างเช่น

  • ภาขนะบรรจุขนาดใหญ่
  • กรวยขนาดใหญ่
  • ห้องใต้ดิน
  • เพลาระบายอากาศ
  • ไซโล เป็นต้น

สถานที่อับอากาศเป็นสถานที่ที่อาจมีอันตรายที่มองไม่เห็นแอบแฝงอยู่ ต้องใช้ความรวดเร็วในการปฎิบัติงาน สภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และยากต่อการหลบหนีหรือหลบหลีก ซึ่งอันตรายดังกล่าว ประกอบไปด้วย

  • การขาดออกซิเจน
  • การเกิดอัคคีภัยหรือการระเบิด
  • การเกิดสารที่เป็นพิษ
  • การเกิดอันตรายทางด้านกายภาพ เช่น ความร้อน เสียง การพลัดตก และ อันตรายจากเครื่องจักร

แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ว่างเปล่าที่ทำความสะอาดอย่างดีแล้วก็อาจมีความเสี่ยงได้ ดังนั้นการเรียนรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นภายในสถานที่อับอากาศ และวิธีการรับมือหรือป้องกันจะช่วยให้เราทำงานในสถานที่อับอากาศได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเทคนิคต่างๆ จะได้นำมาเล่าสู่กันฟังในตอนต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Strategy for Safer Jobs (กลยุทธ์สู่การทำงานที่ปลอดภัยกว่า)

วิธีการหนึ่งที่ใช้ได้ผลดีในการพิจารณาว่าขั้นตอนการทำงานนั้น ๆ มีความปลอดภัยกับผู้ปฎิบัติงานหรือไม่ ก็คือการวิเคราะห์อันตรายจากงาน

การวิเคราะห์อันตรายจากงาน เป็นเทคนิคที่ง่าย แต่มีประสิทธิภาพ ซึ่งมุ่งเน้นที่การระบุ หรือหาอันตรายของงานก่อนที่จะเกิดขึ้น โดยเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฎิบัติงานกับงานที่ทำ เครื่องมือและอุปกรณ์ และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมีแนวความคิดว่า เมื่อเราทราบอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากงานที่ทำ เราก็จะสามารถขจัด หรือลดระดับอันตรายให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

การวิเคราะห์อันตรายจากงานเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย มีประโยชน์อย่างมาก แม้ว่าจะต้องใช้เวลา โดยเราต้องทำการวิเคาระห์อันตรายของแต่ละงานอย่างระมัดระวัง และทำทุกขั้นตอนของแต่ละงาน นอกจากนี้เรายังต้องมองลึกลงไปถึงประสิทธิภาพการปฎิบัติงานที่ผ่านมาด้วย

.การจัดลำดับความสำคัญของการเลือกงานที่จะทำการวิเคราะห์ควรพิจารณาถึง

  • งานที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุ หรือความเจ็บป่วยสูงสุด
  • ในกรณีที่ไม่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่ผ่านมา ก้ให้พิจารณางานที่มีโอกาสทำให้เกิดอุบัติที่รุนแรงหรือพิการ
  • งานที่หากเกิดความผิดพลาดอันเนื่องจากตัวผู้ปฎิบัติงานแล้วอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ หรือการบาดเจ็บที่รุนแรง
  • เป็นงานใหม่สำหรับผู้ปฎิบัติงาน หรืองานที่มีการเปลี่ยนแปลงขบวนการหรือขั้นตอนการปฎิบัติงาน
  • งานที่มีความซับซ้อนซึ่งต้องมีการจัดทำคู่มือการปฎิบัติงาน)
ขั้นตอนในการวิเคราะห์หาอันตราย

1. การมีส่วนร่วมของผู้ปฎิบัติงาน การให้ผู้ปฎิบัติงาน มีส่วนร่วมในขบวนการวิเคราะห์อันตรายของงานเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะพวกเขาจะมีความเข้าใจงานที่ปฎิบัติเป็นอย่างดี ซึ่งความรู้ดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากในการค้นหาอันตราย ช่วยลดปํญหาการสังเกตผิดพลาด และผู้ปฎิบัติงานมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา

2. การทบทวนสถิติการเกิดอุบัติเหตุ ทบทวนการเกิดอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย อุบัติเหตุที่ทำให้ทรัพย์สินสียหาย และอุบัติการณ์ที่เกือบเป็นอุบัติเหตุ ให้กับพนักงานได้ทราบ เพราะข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เพียงพอของการควบคุมอันตรายที่มีอยู่ และต้องได้รับการพิจาณาเพิ่มเติม

3.ดำเนินการทบทวนเบื้องต้น ทบทวนถึงอันตรายที่มีอยู่ในปัจจุบันผู้ปฎิบัติงาน ระดมสมองเพื่อหาแนวทางในการขจัดหรือควบคุมอันตรายเหล่านี้ และเมื่อพบว่ามีอันตรายใดที่อาจทำอันตรายกับชีวิตและสุขภาพของพนักงาน ก็ต้องดำเนินการจัดการทันที

4. จัดลำดับความสำคัญ จัดทำรายการของงานที่มีความเป็นอันตรายอยู่ในระดับที่ยอมรับไม่ได้ โดยงานที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด และมีผลกระทบรุนแรงที่สุด ควรนำมาพิจารณาเป็นอันดับแรก

5. จัดทำขั้นตอนของงาน ในการวิเคราะห์หาอันตราย จะต้องแบ่งงานออกเป็นขั้นตอนย่อย ๆ สังเกตและบันทึกการปฎิบัติงานของผู้ปฎิบัติงานในแต่ละขั้นตอนโดยต้องมั่นใจว่าได้บันทึกข้อมูลมากพอที่จะอธิบายถึงการทำงานในแต่ละขั้นตอนได้โดยไม่ใส่รายละเอียดที่มากเกินไป ไม่ควรแบ่งขั้นตอนของงานให้แยกย่อยเกินไป หรือหยาบเกินไป ทำการทบทวนการทำงานแต่ละขั้นตอนกับผู้ปฎิบัติงานเพื่อให้มั่นใจว่าครอบคลุมทุกขั้นตอน และยังแสดงเป็นการแสดงให้เห็นว่าคุณทำการประเมินผลงานตัวเองไม่ใช่ผลการปฎิบัติงานของผู้ปฎิบัติงาน

6. การระบุอันตราย จัดทำรายการของอันตรายที่พบในขั้นตอนที่ 3 รวมถึงอันตรายที่พบเพิ่มเติมในขั้นตอนการสังเกตการทำงานของผู้ปฎิบัติงาน (ขั้นตอนที่ 5)

และนอกจากนี้

ต้องมั่นใจว่าผู้ปฎิบัติงานได้มีส่วนร่วมในการในทุกขั้นตอนของการวิเคราะห์หาอันตราย โดยการทบทวนขั้นตอนการปฎิบัติงาน และการเสนอแนะแนวทางในการควบคุมอันตราย

บางครั้งการถ่ายภาพ หรือวีดีโอในขณะที่ผู้ปฎิบัติงานกำลังปฎิบัติงาน จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่มีประโยชน์อย่างมากในการวิเคราะห์หาอันตราย

หนทางสู่การทำงานที่ปลอดภัยกว่า

ไม่ยากอย่างที่คิด ขอเพียงได้เริ่มต้น”